หมอชี้อาการ คันบั้นท้าย พบบ่อย
มีหลายสาเหตุ
นสพ.มติชน
7 กันยายน 2553
นายแพทย์ประวิตร พิศาลบุตร แพทย์โรคผิวหนัง เปิดเผยว่า อาการคันก้นพบได้บ่อย และทำลายทั้งสุขภาพกาย, ใจ และบุคลิกภาพ โดยมักคันที่รอบรูทวารหนักหรือคันเข้าไปในรูทวารหนักพบในชายมากกว่าหญิง เหตุที่พบบ่อยคือการทำความสะอาดบริเวณนี้ไม่ดีพอ พบว่าอาหารที่ใส่เครื่องเทศ, อาหารรสจัดล้วน ทำให้อาการคันบั้นท้ายกำเริบได้ มีอาการท้องเสีย ท้องผูก การใช้กระดาษชำระเช็ดแรงๆ การนุ่งยีนส์คับ ขี่ม้า ขี่จักรยาน ฝีคัณฑสูตรล้วนมีส่วนทำให้คันได้ บางคนเป็นพยาธิเส้นด้ายจะคันมากตอนกลางคืน การติดเชื้อรา เชื้อยีสต์ กระทั่งเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดหูดหงอนไก่ หรือเริม ก็ทำให้เกิดอาการคันนี้ได้ โรคสะเก็ดเงินที่มีปื้นแดงมีขุยขาวหนา หรือโรคเซ็บเดิร์มซึ่งเป็นรังแคของผิวหนัง มักเป็นตามร่องก้นและรอบทวารหนัก ก็ทำให้เกิดอาการคันก้นได้บ่อย ผู้ที่กินยารักษาสิวบางตัว ยาจะทำลายแบคทีเรียเจ้าถิ่นที่คอยคุ้มครองผิวหนังอยู่ ทำให้เชื้อยีสต์และเชื้อแบคทีเรียแปลกปลอมโตเร็วขึ้น จึงเกิดอาการคันก้นได้บ่อย ความเครียดก็ทำให้คันได้
วันพฤหัสบดีที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2553
ยาทารักษาฝ้า
วารสารคลินิก
เวชปฏิบัติปริทัศน์
ฉบับกรกฎาคม พ.ศ. 2551
โรค ฝ้า ในเวชปฏิบัติ
(Melasma in Clinical Practice)
ยาทารักษา ฝ้า

ประวิตร พิศาลบุตร พ.บ., เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง
Diplomate, American Board of Dermatology
Diplomate, American Subspecialty Board of Dermatological Immunology,
Diagnostic and Laboratory Immunology
อาจารย์พิเศษ, ภาควิชาเภสัชกรรม, คณะเภสัชศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
การรักษาฝ้าส่วนใหญ่ใช้ยาทาให้สีจางลง ซึ่งมีทั้งยาที่ผ่านการศึกษาและนำมาใช้กันแพร่หลาย และ ยาทากลุ่มใหม่ที่กำลังวิจัยและทดลองใช้
ในการใช้ยาทารักษาฝ้า ควรมีความเข้าใจพื้นฐานของกระบวนการสร้างเม็ดสี เพื่อให้เข้าใจกลไกการออกฤทธิ์ของยารักษาโรคฝ้าขนานต่างๆ เม็ดสีเมลานินถูกสังเคราะห์ผ่านปฏิกิริยาอ็อกซิเดชันต่อเนื่อง โดยเริ่มจากกรดอะมิโน tyrosine และ เอนซัยม์ tyrosinase โดยที่เอนซัยม์ tyrosinase จะเปลี่ยน tyrosine เป็น dihydroxyphenylalanine (DOPA) และเปลี่ยนต่อเป็น dopaquinone จากนั้นโดยกระบวนการ auto-oxidation สาร dopaquinone จะเปลี่ยนเป็น dopachrome ต่อจากนั้นเอนซัยม์ dopachrome tautomerase และ DHICA oxidase เปลี่ยน dopachrome เป็น dihydroxyindole หรือ dihydroxyindole-2-carboxylic acid (DHICA) ทำให้เกิดเม็ดสี eumelanin ซึ่งมีสีน้ำตาล-ดำ ในกรณีที่มี cysteine หรือ glutathione สาร dopaquinone จะถูกเปลี่ยนเป็น cysteinyl DOPA หรือ glutathione DOPA ทำให้เกิดเม็ดสี pheomelanin ซึ่งมีสีแดง-เหลือง.
เวชปฏิบัติปริทัศน์
ฉบับกรกฎาคม พ.ศ. 2551
โรค ฝ้า ในเวชปฏิบัติ
(Melasma in Clinical Practice)
ยาทารักษา ฝ้า

ประวิตร พิศาลบุตร พ.บ., เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง
Diplomate, American Board of Dermatology
Diplomate, American Subspecialty Board of Dermatological Immunology,
Diagnostic and Laboratory Immunology
อาจารย์พิเศษ, ภาควิชาเภสัชกรรม, คณะเภสัชศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
การรักษาฝ้าส่วนใหญ่ใช้ยาทาให้สีจางลง ซึ่งมีทั้งยาที่ผ่านการศึกษาและนำมาใช้กันแพร่หลาย และ ยาทากลุ่มใหม่ที่กำลังวิจัยและทดลองใช้
ในการใช้ยาทารักษาฝ้า ควรมีความเข้าใจพื้นฐานของกระบวนการสร้างเม็ดสี เพื่อให้เข้าใจกลไกการออกฤทธิ์ของยารักษาโรคฝ้าขนานต่างๆ เม็ดสีเมลานินถูกสังเคราะห์ผ่านปฏิกิริยาอ็อกซิเดชันต่อเนื่อง โดยเริ่มจากกรดอะมิโน tyrosine และ เอนซัยม์ tyrosinase โดยที่เอนซัยม์ tyrosinase จะเปลี่ยน tyrosine เป็น dihydroxyphenylalanine (DOPA) และเปลี่ยนต่อเป็น dopaquinone จากนั้นโดยกระบวนการ auto-oxidation สาร dopaquinone จะเปลี่ยนเป็น dopachrome ต่อจากนั้นเอนซัยม์ dopachrome tautomerase และ DHICA oxidase เปลี่ยน dopachrome เป็น dihydroxyindole หรือ dihydroxyindole-2-carboxylic acid (DHICA) ทำให้เกิดเม็ดสี eumelanin ซึ่งมีสีน้ำตาล-ดำ ในกรณีที่มี cysteine หรือ glutathione สาร dopaquinone จะถูกเปลี่ยนเป็น cysteinyl DOPA หรือ glutathione DOPA ทำให้เกิดเม็ดสี pheomelanin ซึ่งมีสีแดง-เหลือง.
คำถามเหมาโหลเกี่ยวกับโรคสิว (The Dozen Acne FAQs)
วิชัยยุทธจุลสาร ฉบับพฤษภาคม-สิงหาคม 2553
คำถามเหมาโหลเกี่ยวกับโรค สิว
(The Dozen Acne FAQs)

นายแพทย์ประวิตร พิศาลบุตร
แพทยศาสตรบัณฑิตเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
Diplomate, American Board of Dermatology
Diplomate, American Subspecialty Board of Dermatological Immunology
อาจารย์พิเศษภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ____________________________________________________________________________________
โรค สิว เป็นโรคผิวหนังที่พบบ่อยที่สุด หลายคนมีความเชื่อว่าสิวเป็นแค่ปัญหาความงาม ไม่ต้องรักษาก็หายเองได้ แท้ที่จริงแล้วปัจจุบันจัดว่าสิวเป็น “โรคเรื้อรัง” ที่ต้องการการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง
และโรคสิวนั้นนอกจากก่อความเจ็บป่วยทางร่างกายแล้ว ยังส่งผลเสียต่อจิตใจอีกด้วย จากการประชุมของแพทย์ผิวหนังทั่วโลกใน “กลุ่มพันธมิตรพิชิตสิว” (Global Alliance to Improve Outcomes in Acne) เสนอว่า ต้องรณรงค์ให้ประชาชนเข้าใจว่าสิวเป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่ง ซึ่งทั่วไปแพทย์สามารถรักษาสิวให้หายได้แต่มักกลับเป็นซ้ำได้บ่อย การรักษาสิวที่ถูกต้องจึงต้องรวมทั้งการให้ยาเพื่อให้สิวหาย และยังต้องใช้ยาต่อเนื่องไปอีกเพื่อไม่ให้สิวกำเริบใหม่ ผู้ที่เป็นสิวจึงต้องเข้าใจว่า สิวเป็นโรคเรื้อรังที่มีอาการกำเริบและอาการสงบสลับกันไปอย่างต่อเนื่องกันนาน พบเสมอว่าผู้ป่วยสิวทั่วโลกรวมทั้งในไทยจะใช้ยาแค่เพื่อรักษาสิวให้หาย แต่ไม่ได้ใช้ยาเพื่อป้องกันไม่ให้สิวเกิดขึ้นใหม่ สิวที่ไม่ได้ดูแลรักษาอย่างถูกต้อง ทำให้เกิดแผลเป็นทั้งทางร่างกายและจิตใจ ทำให้ผู้ป่วยขาดความมั่นใจ ซึมเศร้า และกระวนกระวาย
คำถามเหมาโหลเกี่ยวกับโรค สิว
(The Dozen Acne FAQs)

นายแพทย์ประวิตร พิศาลบุตร
แพทยศาสตรบัณฑิตเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
Diplomate, American Board of Dermatology
Diplomate, American Subspecialty Board of Dermatological Immunology
อาจารย์พิเศษภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ____________________________________________________________________________________
โรค สิว เป็นโรคผิวหนังที่พบบ่อยที่สุด หลายคนมีความเชื่อว่าสิวเป็นแค่ปัญหาความงาม ไม่ต้องรักษาก็หายเองได้ แท้ที่จริงแล้วปัจจุบันจัดว่าสิวเป็น “โรคเรื้อรัง” ที่ต้องการการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง
และโรคสิวนั้นนอกจากก่อความเจ็บป่วยทางร่างกายแล้ว ยังส่งผลเสียต่อจิตใจอีกด้วย จากการประชุมของแพทย์ผิวหนังทั่วโลกใน “กลุ่มพันธมิตรพิชิตสิว” (Global Alliance to Improve Outcomes in Acne) เสนอว่า ต้องรณรงค์ให้ประชาชนเข้าใจว่าสิวเป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่ง ซึ่งทั่วไปแพทย์สามารถรักษาสิวให้หายได้แต่มักกลับเป็นซ้ำได้บ่อย การรักษาสิวที่ถูกต้องจึงต้องรวมทั้งการให้ยาเพื่อให้สิวหาย และยังต้องใช้ยาต่อเนื่องไปอีกเพื่อไม่ให้สิวกำเริบใหม่ ผู้ที่เป็นสิวจึงต้องเข้าใจว่า สิวเป็นโรคเรื้อรังที่มีอาการกำเริบและอาการสงบสลับกันไปอย่างต่อเนื่องกันนาน พบเสมอว่าผู้ป่วยสิวทั่วโลกรวมทั้งในไทยจะใช้ยาแค่เพื่อรักษาสิวให้หาย แต่ไม่ได้ใช้ยาเพื่อป้องกันไม่ให้สิวเกิดขึ้นใหม่ สิวที่ไม่ได้ดูแลรักษาอย่างถูกต้อง ทำให้เกิดแผลเป็นทั้งทางร่างกายและจิตใจ ทำให้ผู้ป่วยขาดความมั่นใจ ซึมเศร้า และกระวนกระวาย
วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
บอดี้โมดิฟาย แฟชั่นสุดเจ็บ..เจ็บ..เจ็บ..เจ็บ !!!!
นานาสาระ ต่วย’ตูน
บอดี้โมดิฟาย แฟชั่นสุดเจ็บ..เจ็บ..เจ็บ..เจ็บ !!!!
นพ. ประวิตร พิศาลบุตร
เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวฮือฮาเรื่องการตัดอัณฑะทิ้ง วันนี้จึงขอเล่าเรื่องบอดี้โมดิฟาย หรือ body modification ซึ่งคือ การเปลี่ยนแปลงรูปร่างของมนุษย์อย่างถาวรหรือกึ่งถาวรโดยไม่มีเหตุผลทางการแพทย์
ส่วนใหญ่คนทำบอดี้โมดิฟายเพื่อเพิ่มการแสดงความเป็นตัวของตัวเอง, เพิ่มความดึงดูดทางเพศ,เพื่อความสวยงาม,แสดงความเป็นหมู่คณะ, แสดงความเชื่อความศรัทธาในลัทธิหรือศาสนา หรือเพื่อทำให้คนที่เห็นเกิดความอึ้งทึ่งเสียว แต่ก็พบบ่อยว่าคนที่ทำบอดี้โมดิฟายหลายรายมีอาการป่วยทางจิต บอดี้โมดิฟายมีได้ตั้งแต่ที่เป็นที่ยอมรับกันได้ทั่วไป เช่น เจาะหู, ขลิบหนังหุ้มปลาย ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงรูปร่างที่แปลก ๆ มากขึ้นไปเรื่อยๆ การตัดอัณฑะทิ้งก็จัดเป็นบอดี้โมดิฟายอย่างหนึ่งครับ ตัวอย่างของบอดี้โมดิฟายที่รู้จักกันทั่วไป เช่น การสัก, การเจาะ, การกรีดผิวหนัง และการผ่าลิ้น ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในวัยรุ่นและผู้ใหญ่บางกลุ่ม แฟชั่นเหล่านี้อาจมีอันตรายได้ ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง คือ โรคโลหิตออกไม่หยุดที่เรียกว่า ฮีโมฟีเลีย, โรคลิ้นหัวใจพิการ, โรคผิวหนังแพ้และพุพอง, ผู้ที่มีประวัติแพ้เครื่องประดับ คือแพ้โลหะนิกเกิล หรือผู้ที่เกิดแผลเป็นนูนโตที่เรียกว่าคีลอยด์ง่าย ควรงดเว้นการทำตามแฟชั่นเหล่านี้ เพราะเสี่ยงต่อผลแทรกซ้อนสูง
บอดี้โมดิฟาย แฟชั่นสุดเจ็บ..เจ็บ..เจ็บ..เจ็บ !!!!
นพ. ประวิตร พิศาลบุตร
เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวฮือฮาเรื่องการตัดอัณฑะทิ้ง วันนี้จึงขอเล่าเรื่องบอดี้โมดิฟาย หรือ body modification ซึ่งคือ การเปลี่ยนแปลงรูปร่างของมนุษย์อย่างถาวรหรือกึ่งถาวรโดยไม่มีเหตุผลทางการแพทย์
ส่วนใหญ่คนทำบอดี้โมดิฟายเพื่อเพิ่มการแสดงความเป็นตัวของตัวเอง, เพิ่มความดึงดูดทางเพศ,เพื่อความสวยงาม,แสดงความเป็นหมู่คณะ, แสดงความเชื่อความศรัทธาในลัทธิหรือศาสนา หรือเพื่อทำให้คนที่เห็นเกิดความอึ้งทึ่งเสียว แต่ก็พบบ่อยว่าคนที่ทำบอดี้โมดิฟายหลายรายมีอาการป่วยทางจิต บอดี้โมดิฟายมีได้ตั้งแต่ที่เป็นที่ยอมรับกันได้ทั่วไป เช่น เจาะหู, ขลิบหนังหุ้มปลาย ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงรูปร่างที่แปลก ๆ มากขึ้นไปเรื่อยๆ การตัดอัณฑะทิ้งก็จัดเป็นบอดี้โมดิฟายอย่างหนึ่งครับ ตัวอย่างของบอดี้โมดิฟายที่รู้จักกันทั่วไป เช่น การสัก, การเจาะ, การกรีดผิวหนัง และการผ่าลิ้น ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในวัยรุ่นและผู้ใหญ่บางกลุ่ม แฟชั่นเหล่านี้อาจมีอันตรายได้ ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง คือ โรคโลหิตออกไม่หยุดที่เรียกว่า ฮีโมฟีเลีย, โรคลิ้นหัวใจพิการ, โรคผิวหนังแพ้และพุพอง, ผู้ที่มีประวัติแพ้เครื่องประดับ คือแพ้โลหะนิกเกิล หรือผู้ที่เกิดแผลเป็นนูนโตที่เรียกว่าคีลอยด์ง่าย ควรงดเว้นการทำตามแฟชั่นเหล่านี้ เพราะเสี่ยงต่อผลแทรกซ้อนสูง
สุขภาพผิวดีได้ไม่ต้องแพง และ โรคกลีบกุหลาบเป็นอย่างไร ?
Healthy Skin Q & A / HealthToday
มิถุนายน 2552
นายแพทย์ประวิตร พิศาลบุตร
สุขภาพผิวดีได้ไม่ต้องแพง และ โรคกลีบกุหลาบเป็นอย่างไร ?
สุขภาพผิวดีได้ไม่ต้องแพง
Q. ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยจะดี ต้องเพลาๆ การซื้อเครื่องสำอางและการไปเข้าคอร์สทำหน้าลงบ้าง อยากถามคุณหมอประวิตรว่า มีวิธีการดูแลรักษาผิวหน้าแบบประหยัดอย่างไรบ้างคะ ?
ชลธิพา / กรุงเทพฯ
A. การดูแลรักษาและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นกับผิวพรรณ วิธีปฏิบัติง่ายๆ มีดังนี้
ล้างหน้าด้วยสบู่อ่อน โดยล้างหน้าเบาๆ แล้วซับหน้าให้แห้งด้วยผ้าขนหนูสะอาด อย่าใช้ผ้าขนหนูถูหน้าแรงๆ เพราะจะทำให้สิวอักเสบมากขึ้น ไม่ควรใช้แปรง ฟองน้ำ สบู่ยา หรือสบู่ที่ผสมเม็ดขัดถูใบหน้า
หากเป็นสิวน้อย อาจทายาเองได้ สิวเล็กน้อย เช่น สิวหัวดำ, หัวขาว หรือสิวอักเสบเพียง 1-2 เม็ด อาจหาซื้อยามาทาเองได้ แต่ต้องอ่านฉลากยาให้เข้าใจวิธีใช้โดยละเอียดเสียก่อน ถ้าใช้ครีมทารักษาสิวแล้วเกิดอาการผิวแห้งหรือระคายเคือง ควรปรึกษาแพทย์
พิจารณาให้ดีก่อนใช้เครื่องสำอาง เลือกใช้เครื่องสำอางเท่าที่จำเป็น ต้องไม่มีสารสเตียรอยด์เจือปน เลือกใช้ครีมให้ความชุ่มชื้นที่ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นสารเคมีกระตุ้นให้เกิดสิว
ไม่แนะนำให้บีบแกะสิวออกด้วยตัวเอง เพราะทำให้สิวอักเสบลุกลามและเกิดแผลเป็นได้ ส่วนการใช้แผ่นขจัดสิวเสี้ยนนั้น หากใช้บ่อยครั้งเกินไป ผิวอาจอักเสบระคายเคืองและเป็นการกระตุ้นให้เกิดสิวมากขึ้นได้
หลีกไกลรอยย่นโดยขจัดสาเหตุต้นตอ รอยเหี่ยวย่นบนผิวหน้าแบ่งเป็น 3 ชนิดใหญ่ๆ คือ รอยเหี่ยวจากอารมณ์, รอยเหี่ยวจากแสงแดด และรอยเหี่ยวแห้ง การป้องกันรอยย่น 3 แบบนี้คือ การมีอารมณ์แจ่มใส อย่าทำหน้านิ่วคิ้วขมวด เพื่อลดรอยเหี่ยวย่นจากอารมณ์ หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดจัดเพื่อป้องกันรอยเหี่ยวย่นจากแสงแดด และการใช้ครีมให้ความชุ่มชื้นทาในกรณีของรอยเหี่ยวแห้ง
มิถุนายน 2552
นายแพทย์ประวิตร พิศาลบุตร
สุขภาพผิวดีได้ไม่ต้องแพง และ โรคกลีบกุหลาบเป็นอย่างไร ?
สุขภาพผิวดีได้ไม่ต้องแพง
Q. ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยจะดี ต้องเพลาๆ การซื้อเครื่องสำอางและการไปเข้าคอร์สทำหน้าลงบ้าง อยากถามคุณหมอประวิตรว่า มีวิธีการดูแลรักษาผิวหน้าแบบประหยัดอย่างไรบ้างคะ ?
ชลธิพา / กรุงเทพฯ
A. การดูแลรักษาและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นกับผิวพรรณ วิธีปฏิบัติง่ายๆ มีดังนี้
ล้างหน้าด้วยสบู่อ่อน โดยล้างหน้าเบาๆ แล้วซับหน้าให้แห้งด้วยผ้าขนหนูสะอาด อย่าใช้ผ้าขนหนูถูหน้าแรงๆ เพราะจะทำให้สิวอักเสบมากขึ้น ไม่ควรใช้แปรง ฟองน้ำ สบู่ยา หรือสบู่ที่ผสมเม็ดขัดถูใบหน้า
หากเป็นสิวน้อย อาจทายาเองได้ สิวเล็กน้อย เช่น สิวหัวดำ, หัวขาว หรือสิวอักเสบเพียง 1-2 เม็ด อาจหาซื้อยามาทาเองได้ แต่ต้องอ่านฉลากยาให้เข้าใจวิธีใช้โดยละเอียดเสียก่อน ถ้าใช้ครีมทารักษาสิวแล้วเกิดอาการผิวแห้งหรือระคายเคือง ควรปรึกษาแพทย์
พิจารณาให้ดีก่อนใช้เครื่องสำอาง เลือกใช้เครื่องสำอางเท่าที่จำเป็น ต้องไม่มีสารสเตียรอยด์เจือปน เลือกใช้ครีมให้ความชุ่มชื้นที่ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นสารเคมีกระตุ้นให้เกิดสิว
ไม่แนะนำให้บีบแกะสิวออกด้วยตัวเอง เพราะทำให้สิวอักเสบลุกลามและเกิดแผลเป็นได้ ส่วนการใช้แผ่นขจัดสิวเสี้ยนนั้น หากใช้บ่อยครั้งเกินไป ผิวอาจอักเสบระคายเคืองและเป็นการกระตุ้นให้เกิดสิวมากขึ้นได้
หลีกไกลรอยย่นโดยขจัดสาเหตุต้นตอ รอยเหี่ยวย่นบนผิวหน้าแบ่งเป็น 3 ชนิดใหญ่ๆ คือ รอยเหี่ยวจากอารมณ์, รอยเหี่ยวจากแสงแดด และรอยเหี่ยวแห้ง การป้องกันรอยย่น 3 แบบนี้คือ การมีอารมณ์แจ่มใส อย่าทำหน้านิ่วคิ้วขมวด เพื่อลดรอยเหี่ยวย่นจากอารมณ์ หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดจัดเพื่อป้องกันรอยเหี่ยวย่นจากแสงแดด และการใช้ครีมให้ความชุ่มชื้นทาในกรณีของรอยเหี่ยวแห้ง
สารพัดเทคนิครักษาสิว เมื่อเด็กและทารกเป็นสิว
Healthy Skin Q & A / HealthToday
นายแพทย์ประวิตร พิศาลบุตร
กรกฎาคม 2551
เรื่อง สิว...สิว
สารพัดเทคนิครักษาสิว
Q อยากทราบว่าปัจจุบันมีกรรมวิธีใดที่นอกเหนือจากการใช้ยาทายากิน เพื่อรักษาสิวและรอยแผลเป็นสิวได้บ้างคะ
พรทิพย์ / พิษณุโลก
A ปัจจุบันมีเทคนิคทางกายภาพที่ใช้รักษาโรคสิวและรอยแผลเป็นจากสิว ทำให้ใช้เวลาในการกินยาทายาลดลง จนถึงอาจไม่ต้องกินยาหรือทายาเลยก็ได้ในบางราย เทคนิคเหล่านี้ได้แก่
การลอกผิวหนังด้วยสารเคมี ใช้รักษาสิวและรอยแผลเป็นสิว สารเคมีที่ใช้ เช่น กรดอัลฟ่า ไฮดรอกซี่ หรือ กรดผลไม้ ช่วยลดรอยแผลเป็นสิว หลุมแผลเป็นตื้นขึ้น รอยด่างดำและรูขุมขนโตดูดีขึ้น ป้องกันการเกิดสิวใหม่ ผู้ที่มีผิวคล้ำต้องระวังการลอกหน้า เพราะอาจเกิดรอยดำได้ ผู้ที่เคยเป็นเริม ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ เพราะการลอกหน้าอาจทำให้เริมกำเริบและแพร่กระจายทั่วใบหน้า ทำให้เกิดแผลเป็น
การกดสิว ใช้เครื่องมือกดสิวอุดตันหัวดำและหัวขาว ต้องทำโดยผู้ชำนาญเพราะเม็ดสิวอาจแตกเข้าสู่ผิวข้างเคียงทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อ
การผ่าตัด สิวที่มีลักษณะเป็นถุงซิสต์ขนาดใหญ่ บางครั้งไม่ตอบสนองต่อการรักษาทางยา ต้องใช้การผ่าตัดเจาะเพื่อให้หนองไหลเพื่อลดการอักเสบและเกิดแผลเป็น
การกรีดใต้ผิว เป็นเทคนิคศัลยกรรมที่ลดรอยแผลเป็นที่ใช้รักษาแผลสิวชนิดเป็นลูกคลื่น เทคนิคนี้ใช้การแยกชั้นผิวหนังบริเวณที่เป็นออกจากเนื้อแผลเป็นข้างใต้ ทำให้มีเลือดสะสมอยู่ในรอยแยก มีการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมาในรอยแยกใต้ผิวนั้น หลุมแผลเป็นจึงค่อย ๆ ตื้นขึ้น
เทคนิคการขัดผิวหนังด้วยหัวขัด หลังทำผิวจะแดงดูเป็นแผลถลอก ต้องใช้เวลานานหลายเดือนกว่าแผลหาย วิธีนี้เหมาะสำหรับแผลเป็นที่นูนขึ้นมาเหนือผิว วิธีนี้ไม่ค่อยได้ผลกับแผลเป็นที่เป็นหลุมชนิดเป็นรูเหล็กแทงน้ำแข็ง และยังทำให้หลุมแผลเป็นดูกว้างขึ้นเพราะก้นแผลของแผลเป็นชนิดนี้มักกว้างกว่าปากแผล ไม่ค่อยได้ผลกับแผลเป็นที่หน้าอกและหลัง อาจทำให้เกิดคีลอยด์มากขึ้นเพราะหน้าอกและหลังช่วงบนเป็นตำแหน่งที่เกิดคีลอยด์ง่าย
เทคนิคการขัดผิวด้วยผงอะลูมิเนียม ใช้ผงขัดผลึกอลูมิเนียมพ่นผิวหนังทำให้ผิวส่วนบนลอกออก ช่วยรักษารอยแผลเป็นสิวที่เป็นไม่มาก ทำให้ผิวแลดูเรียบเนียนและมีสีสม่ำเสมอขึ้น
การฉีดสเตียรอยด์ สิวอักเสบมากหรือสิวที่เป็นถุงซิสต์อาจแตกและเกิดแผลเป็น เพื่อลดการอักเสบและป้องกันการเกิดแผลเป็น แพทย์อาจฉีดสิวด้วยสเตียรอยด์ความเข้มข้นต่ำ ซึ่งลดการอักเสบและทำให้สิวยุบภายใน 3-5 วัน ผู้ที่เป็นเบาหวานร่วมด้วยไม่ควรใช้เทคนิคนี้ การฉีด สเตียรอยด์รักษาสิวทำให้สิวยุบเร็วจริง แต่มีข้อแทรกซ้อนคือทำให้เกิดสิวใหม่ตามมา เพราะ สเตียรอยด์เป็นสารก่อสิวด้วย และยังอาจเกิดรอยบุ๋มที่ตำแหน่งที่ฉีด ซึ่งต้องใช้เวลานานหลายเดือนกว่าผิวจะกลับมาเต็มตามปกติ
นายแพทย์ประวิตร พิศาลบุตร
กรกฎาคม 2551
เรื่อง สิว...สิว
สารพัดเทคนิครักษาสิว
Q อยากทราบว่าปัจจุบันมีกรรมวิธีใดที่นอกเหนือจากการใช้ยาทายากิน เพื่อรักษาสิวและรอยแผลเป็นสิวได้บ้างคะ
พรทิพย์ / พิษณุโลก
A ปัจจุบันมีเทคนิคทางกายภาพที่ใช้รักษาโรคสิวและรอยแผลเป็นจากสิว ทำให้ใช้เวลาในการกินยาทายาลดลง จนถึงอาจไม่ต้องกินยาหรือทายาเลยก็ได้ในบางราย เทคนิคเหล่านี้ได้แก่
การลอกผิวหนังด้วยสารเคมี ใช้รักษาสิวและรอยแผลเป็นสิว สารเคมีที่ใช้ เช่น กรดอัลฟ่า ไฮดรอกซี่ หรือ กรดผลไม้ ช่วยลดรอยแผลเป็นสิว หลุมแผลเป็นตื้นขึ้น รอยด่างดำและรูขุมขนโตดูดีขึ้น ป้องกันการเกิดสิวใหม่ ผู้ที่มีผิวคล้ำต้องระวังการลอกหน้า เพราะอาจเกิดรอยดำได้ ผู้ที่เคยเป็นเริม ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ เพราะการลอกหน้าอาจทำให้เริมกำเริบและแพร่กระจายทั่วใบหน้า ทำให้เกิดแผลเป็น
การกดสิว ใช้เครื่องมือกดสิวอุดตันหัวดำและหัวขาว ต้องทำโดยผู้ชำนาญเพราะเม็ดสิวอาจแตกเข้าสู่ผิวข้างเคียงทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อ
การผ่าตัด สิวที่มีลักษณะเป็นถุงซิสต์ขนาดใหญ่ บางครั้งไม่ตอบสนองต่อการรักษาทางยา ต้องใช้การผ่าตัดเจาะเพื่อให้หนองไหลเพื่อลดการอักเสบและเกิดแผลเป็น
การกรีดใต้ผิว เป็นเทคนิคศัลยกรรมที่ลดรอยแผลเป็นที่ใช้รักษาแผลสิวชนิดเป็นลูกคลื่น เทคนิคนี้ใช้การแยกชั้นผิวหนังบริเวณที่เป็นออกจากเนื้อแผลเป็นข้างใต้ ทำให้มีเลือดสะสมอยู่ในรอยแยก มีการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมาในรอยแยกใต้ผิวนั้น หลุมแผลเป็นจึงค่อย ๆ ตื้นขึ้น
เทคนิคการขัดผิวหนังด้วยหัวขัด หลังทำผิวจะแดงดูเป็นแผลถลอก ต้องใช้เวลานานหลายเดือนกว่าแผลหาย วิธีนี้เหมาะสำหรับแผลเป็นที่นูนขึ้นมาเหนือผิว วิธีนี้ไม่ค่อยได้ผลกับแผลเป็นที่เป็นหลุมชนิดเป็นรูเหล็กแทงน้ำแข็ง และยังทำให้หลุมแผลเป็นดูกว้างขึ้นเพราะก้นแผลของแผลเป็นชนิดนี้มักกว้างกว่าปากแผล ไม่ค่อยได้ผลกับแผลเป็นที่หน้าอกและหลัง อาจทำให้เกิดคีลอยด์มากขึ้นเพราะหน้าอกและหลังช่วงบนเป็นตำแหน่งที่เกิดคีลอยด์ง่าย
เทคนิคการขัดผิวด้วยผงอะลูมิเนียม ใช้ผงขัดผลึกอลูมิเนียมพ่นผิวหนังทำให้ผิวส่วนบนลอกออก ช่วยรักษารอยแผลเป็นสิวที่เป็นไม่มาก ทำให้ผิวแลดูเรียบเนียนและมีสีสม่ำเสมอขึ้น
การฉีดสเตียรอยด์ สิวอักเสบมากหรือสิวที่เป็นถุงซิสต์อาจแตกและเกิดแผลเป็น เพื่อลดการอักเสบและป้องกันการเกิดแผลเป็น แพทย์อาจฉีดสิวด้วยสเตียรอยด์ความเข้มข้นต่ำ ซึ่งลดการอักเสบและทำให้สิวยุบภายใน 3-5 วัน ผู้ที่เป็นเบาหวานร่วมด้วยไม่ควรใช้เทคนิคนี้ การฉีด สเตียรอยด์รักษาสิวทำให้สิวยุบเร็วจริง แต่มีข้อแทรกซ้อนคือทำให้เกิดสิวใหม่ตามมา เพราะ สเตียรอยด์เป็นสารก่อสิวด้วย และยังอาจเกิดรอยบุ๋มที่ตำแหน่งที่ฉีด ซึ่งต้องใช้เวลานานหลายเดือนกว่าผิวจะกลับมาเต็มตามปกติ
สิวจากเชื้อเกลื้อน เครื่องสำอางกรดผลไม้
Healthy Skin Q & A / HealthToday
นายแพทย์ประวิตร พิศาลบุตร
สิงหาคม 2551
สิวจากเชื้อเกลื้อน ?
Q ผมชอบเล่นกีฬามาก ช่วงนี้สังเกตว่ามีอาการคันที่หลัง ส่องกระจกดูเห็นเป็นตุ่มแดงเล็ก ๆ ใช่สิวไหมครับ ?
รังสิต / นนทบุรี
A จากข้อมูลที่ให้มาสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นสิวจากเชื้อเกลื้อน ซึ่งลักษณะของโรคนี้คือพบตุ่มแดงเล็กๆ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2-4 มม. ตามตำแหน่งรูขุมขน อาจพบตุ่มหนองขนาดเล็กบนตุ่มแดง พบตุ่มเหล่านี้ตามตำแหน่งที่ผิวหนังมีเชื้อเกลื้อนมาก คือ ที่หน้าอก,หลังช่วงบน,ต้นแขน,หนังศีรษะ และ คอ ไม่ค่อยพบที่ใบหน้า ถ้าไปตรวจ แพทย์อาจฉายแสงสีม่วง (Wood light) พบการเรืองแสงสีขาวหรือฟ้าที่รูขุมขน มักมีอาการคันร่วมด้วย (สิวทั่วไปมักไม่ค่อยคัน) มักเป็นที่ลำตัวช่วงบนของวัยผู้ใหญ่ตอนต้นจนถึงกลางคน ได้รับการรักษาแบบสิวธรรมดาก็ไม่ค่อยดีขึ้น สิวชนิดนี้เกิดจากเชื้อยีสต์ Malassezia furfur ซึ่งเป็นเชื้อตัวเดียวกับที่ก่อให้เกิดเกลื้อน โดยตรวจพบเชื้อยีสต์ในรูขุมขน ปัจจัยที่กระตุ้นให้เชื้อยีสต์กำเริบ คือ โรคทางร่างกายบางอย่าง เช่น เบาหวาน,เอดส์,การได้รับยากดภูมิต้านทาน นอกจากนั้น การตั้งครรภ์,การได้รับยาปฏิชีวนะ,ยากันชัก,การอยู่ในที่ร้อนชื้น,การเล่นกีฬามีเหงื่อออกมาก,การทาครีมบำรุงผิว,น้ำมัน,ยากันแดด หรือ การสวมเสื้อผ้าหนาทำให้ผิวและรูขุมขนอับชื้นระบายอากาศไม่ดี โดยทั่วไปแพทย์วินิจฉัยโรคนี้ด้วยการดูด้วยตาเปล่า อาจขูดผิวมาดูเชื้อด้วยกล้องจุลทรรศน์ แนวทางการรักษาสิวชนิดนี้ ใช้ยาทา เช่น ครีม หรือ แชมพูคีโตโคนาโซล, แชมพูซิลิเนียมซัลไฟด์ หรือ ยากินฆ่าเชื้อยีสต์ แต่ควรพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้องก่อน นอกจากนั้นการกินยาก็ต้องระวังเพราะยากลุ่มนี้ทำให้ตับอักเสบได้ครับ
นายแพทย์ประวิตร พิศาลบุตร
สิงหาคม 2551
สิวจากเชื้อเกลื้อน ?
Q ผมชอบเล่นกีฬามาก ช่วงนี้สังเกตว่ามีอาการคันที่หลัง ส่องกระจกดูเห็นเป็นตุ่มแดงเล็ก ๆ ใช่สิวไหมครับ ?
รังสิต / นนทบุรี
A จากข้อมูลที่ให้มาสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นสิวจากเชื้อเกลื้อน ซึ่งลักษณะของโรคนี้คือพบตุ่มแดงเล็กๆ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2-4 มม. ตามตำแหน่งรูขุมขน อาจพบตุ่มหนองขนาดเล็กบนตุ่มแดง พบตุ่มเหล่านี้ตามตำแหน่งที่ผิวหนังมีเชื้อเกลื้อนมาก คือ ที่หน้าอก,หลังช่วงบน,ต้นแขน,หนังศีรษะ และ คอ ไม่ค่อยพบที่ใบหน้า ถ้าไปตรวจ แพทย์อาจฉายแสงสีม่วง (Wood light) พบการเรืองแสงสีขาวหรือฟ้าที่รูขุมขน มักมีอาการคันร่วมด้วย (สิวทั่วไปมักไม่ค่อยคัน) มักเป็นที่ลำตัวช่วงบนของวัยผู้ใหญ่ตอนต้นจนถึงกลางคน ได้รับการรักษาแบบสิวธรรมดาก็ไม่ค่อยดีขึ้น สิวชนิดนี้เกิดจากเชื้อยีสต์ Malassezia furfur ซึ่งเป็นเชื้อตัวเดียวกับที่ก่อให้เกิดเกลื้อน โดยตรวจพบเชื้อยีสต์ในรูขุมขน ปัจจัยที่กระตุ้นให้เชื้อยีสต์กำเริบ คือ โรคทางร่างกายบางอย่าง เช่น เบาหวาน,เอดส์,การได้รับยากดภูมิต้านทาน นอกจากนั้น การตั้งครรภ์,การได้รับยาปฏิชีวนะ,ยากันชัก,การอยู่ในที่ร้อนชื้น,การเล่นกีฬามีเหงื่อออกมาก,การทาครีมบำรุงผิว,น้ำมัน,ยากันแดด หรือ การสวมเสื้อผ้าหนาทำให้ผิวและรูขุมขนอับชื้นระบายอากาศไม่ดี โดยทั่วไปแพทย์วินิจฉัยโรคนี้ด้วยการดูด้วยตาเปล่า อาจขูดผิวมาดูเชื้อด้วยกล้องจุลทรรศน์ แนวทางการรักษาสิวชนิดนี้ ใช้ยาทา เช่น ครีม หรือ แชมพูคีโตโคนาโซล, แชมพูซิลิเนียมซัลไฟด์ หรือ ยากินฆ่าเชื้อยีสต์ แต่ควรพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้องก่อน นอกจากนั้นการกินยาก็ต้องระวังเพราะยากลุ่มนี้ทำให้ตับอักเสบได้ครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

