Healthy Skin Q & A / HealthToday
นายแพทย์ประวิตร พิศาลบุตร
กรกฎาคม 2551
เรื่อง สิว...สิว
สารพัดเทคนิครักษาสิว
Q อยากทราบว่าปัจจุบันมีกรรมวิธีใดที่นอกเหนือจากการใช้ยาทายากิน เพื่อรักษาสิวและรอยแผลเป็นสิวได้บ้างคะ
พรทิพย์ / พิษณุโลก
A ปัจจุบันมีเทคนิคทางกายภาพที่ใช้รักษาโรคสิวและรอยแผลเป็นจากสิว ทำให้ใช้เวลาในการกินยาทายาลดลง จนถึงอาจไม่ต้องกินยาหรือทายาเลยก็ได้ในบางราย เทคนิคเหล่านี้ได้แก่
การลอกผิวหนังด้วยสารเคมี ใช้รักษาสิวและรอยแผลเป็นสิว สารเคมีที่ใช้ เช่น กรดอัลฟ่า ไฮดรอกซี่ หรือ กรดผลไม้ ช่วยลดรอยแผลเป็นสิว หลุมแผลเป็นตื้นขึ้น รอยด่างดำและรูขุมขนโตดูดีขึ้น ป้องกันการเกิดสิวใหม่ ผู้ที่มีผิวคล้ำต้องระวังการลอกหน้า เพราะอาจเกิดรอยดำได้ ผู้ที่เคยเป็นเริม ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ เพราะการลอกหน้าอาจทำให้เริมกำเริบและแพร่กระจายทั่วใบหน้า ทำให้เกิดแผลเป็น
การกดสิว ใช้เครื่องมือกดสิวอุดตันหัวดำและหัวขาว ต้องทำโดยผู้ชำนาญเพราะเม็ดสิวอาจแตกเข้าสู่ผิวข้างเคียงทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อ
การผ่าตัด สิวที่มีลักษณะเป็นถุงซิสต์ขนาดใหญ่ บางครั้งไม่ตอบสนองต่อการรักษาทางยา ต้องใช้การผ่าตัดเจาะเพื่อให้หนองไหลเพื่อลดการอักเสบและเกิดแผลเป็น
การกรีดใต้ผิว เป็นเทคนิคศัลยกรรมที่ลดรอยแผลเป็นที่ใช้รักษาแผลสิวชนิดเป็นลูกคลื่น เทคนิคนี้ใช้การแยกชั้นผิวหนังบริเวณที่เป็นออกจากเนื้อแผลเป็นข้างใต้ ทำให้มีเลือดสะสมอยู่ในรอยแยก มีการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมาในรอยแยกใต้ผิวนั้น หลุมแผลเป็นจึงค่อย ๆ ตื้นขึ้น
เทคนิคการขัดผิวหนังด้วยหัวขัด หลังทำผิวจะแดงดูเป็นแผลถลอก ต้องใช้เวลานานหลายเดือนกว่าแผลหาย วิธีนี้เหมาะสำหรับแผลเป็นที่นูนขึ้นมาเหนือผิว วิธีนี้ไม่ค่อยได้ผลกับแผลเป็นที่เป็นหลุมชนิดเป็นรูเหล็กแทงน้ำแข็ง และยังทำให้หลุมแผลเป็นดูกว้างขึ้นเพราะก้นแผลของแผลเป็นชนิดนี้มักกว้างกว่าปากแผล ไม่ค่อยได้ผลกับแผลเป็นที่หน้าอกและหลัง อาจทำให้เกิดคีลอยด์มากขึ้นเพราะหน้าอกและหลังช่วงบนเป็นตำแหน่งที่เกิดคีลอยด์ง่าย
เทคนิคการขัดผิวด้วยผงอะลูมิเนียม ใช้ผงขัดผลึกอลูมิเนียมพ่นผิวหนังทำให้ผิวส่วนบนลอกออก ช่วยรักษารอยแผลเป็นสิวที่เป็นไม่มาก ทำให้ผิวแลดูเรียบเนียนและมีสีสม่ำเสมอขึ้น
การฉีดสเตียรอยด์ สิวอักเสบมากหรือสิวที่เป็นถุงซิสต์อาจแตกและเกิดแผลเป็น เพื่อลดการอักเสบและป้องกันการเกิดแผลเป็น แพทย์อาจฉีดสิวด้วยสเตียรอยด์ความเข้มข้นต่ำ ซึ่งลดการอักเสบและทำให้สิวยุบภายใน 3-5 วัน ผู้ที่เป็นเบาหวานร่วมด้วยไม่ควรใช้เทคนิคนี้ การฉีด สเตียรอยด์รักษาสิวทำให้สิวยุบเร็วจริง แต่มีข้อแทรกซ้อนคือทำให้เกิดสิวใหม่ตามมา เพราะ สเตียรอยด์เป็นสารก่อสิวด้วย และยังอาจเกิดรอยบุ๋มที่ตำแหน่งที่ฉีด ซึ่งต้องใช้เวลานานหลายเดือนกว่าผิวจะกลับมาเต็มตามปกติ
